| เมื่อ สเปรย์พริกไทย ผิดกฎหมาย เมื่อ สเปรย์พริกไทย
กลายเป็นของ ผิดกฎหมาย

อ่านบทความเรื่อง เมื่อ สเปรย์พริกไทย ผิดกฎหมาย ทั้งหมด ที่นี้
อ่านบทความ เมื่อ สเปรย์พริกไทย ผิดกฎหมาย ตอนที่ 1 click!!
อ่านบทความ เมื่อ สเปรย์พริกไทย ผิดกฎหมาย ตอนที่ 2 (อย. เชิญ ThaiBodyGuard.com หารือ เพื่อหาแนวทางการควบคุม สเปรย์พริกไทย ให้เหมาะสมกับ สังคมไทย) click!!
อ่านบทความ เมื่อ สเปรย์พริกไทย ผิดกฎหมาย ตอนที่ 3 (ผลการประชุม หารือและรับฟังความคิดเห็น การควบคุม สเปรย์ป้องกันตัว ในประเทศไทย ระหว่างหน่วยงานต่างๆ กับ อย.) click!!
ข่มขืนแล้วฆ่าสุดอำมหิต ฆาตกรงัดร้านมินิมาร์ทกลางดึกเข้าไปขยี้สาวใหญ่เจ้าของร้านจนหนำใจ ขณะที่เหยื่อพยายามต่อสู้ คว้าเหล็กแป๊ปจะตีเลยโดนฟันด้วยมีดเหวะหวะทั้งตัวตายคามือ ก่อนที่จะหลบหนีไปพร้อมทรัพย์สิน ตำรวจคุยรู้ตัวผู้ต้องสงสัยว่า เป็นคนในพื้นที่ สาวใหญ่ท่านนี้ อาจจะรอดชีวิตหากในวันนั้นเธอมีอุปกรณ์ป้องกันตัว ที่เหมาะสมในการป้องกันตัวมากกว่า เหล็กแป๊ป
สเปรย์พริกไทย เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่ได้รับความนิยมเพื่อการป้องกันตัวของผู้หญิงมาเป็นเวลานาน เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่หยุดคนร้ายได้จริง แต่ไม่ส่งผลแค่เพียงให้เกิดอาการไอจาม หรือแสบตา ลืมตาไม่ขึ้น โดยอาการทั้งหมดจะหายไปในเวลา ประมาณ 15-30 นาที ซึ่งจะไม่ส่งผลร้ายกับคนร้ายในระยะยาว แต่ก็เป็นระยะเวลาที่เพียงพอในการหนีเอาตัวรอด
โดยธรรมชาติของสเปรย์พริกไทย เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่เหมาะกับการนำมาใช้ป้องกันตัวแบบตั้งรับ สำหรับคนร้ายที่จะนำสเปรย์พริกไทย มาใช้จู่โจมผู้อื่นนั้นยาก เนื่องจากผู้ฉีดจะต้องหนีไปอีกทาง หากจะวิ่งไล่ฉีดผู้อื่น คนร้ายก็จะโดนสเปรย์พริกไทยไอจามไป จึงไม่เหมาะกับการนำสเปรย์พริกไทย ไปทำร้ายผู้อื่นนั้น เป็นอย่างยิ่ง
จากเหตุผลดังกล่าว สเปรย์พริกไทย จึงเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิง ปลอดภัยกว่าการใช้มีด หรือเครื่องช๊อตไฟฟ้า และหยุดคนร้ายทันที ดีกว่าอุปกรณ์ส่งเสียงดัง หรือสเปรย์สี แบบใดๆ
อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเสียดาย ที่อุปกรณ์ป้องกันตัว ที่ชื่อว่า สเปรย์พริกไทย ในประเทศไทย กลับเป็นของผิดกฎหมาย ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง รายชื่อวัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 แก้ไขเพิ่มเติมตามประกาศ พ.ศ.2546 พ.ศ.2547 และ พ.ศ.2548 ในลำดับที่ 258 ได้ระบุไว้ว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสำคัญที่ใช้เพื่อขัดขวางระบบการ ทำงานของร่างกายเป็นการชั่วคราวเพื่อการป้องกัน ตัวหรือทำร้ายผู้อื่น เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 โดย ห้ามมิให้ นำเข้า จำหน่าย พกพา สำหรับผู้ที่ฝ่าผืนมีโทษจำคุก 10 ปี หรือปรับ 1,000,000 บาท โดยทั้งนี้ คณะกรรมการอาหารและยา ติดความว่าหมายถึง สเปรย์พริกทุกชนิด (อ่านประกาศโดยตรง ของ อย. Click )
เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการควบคุมวัตถุอันตราย คณะกรรมการอาหารและยา ให้เหตุผลในการควบคุมเข้มงวด เนื่องจากเกรงว่าจะมีการนำสเปรย์พริกไทยไปใช้ในทางที่ผิด
อย่างที่เราทราบกันดี ว่าสเปรย์พริกไทย เป็นสินค้าที่ขายกันทั่วไป ในประเทศไทยมาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี โดยส่วนใหญ่เชื่อว่า ผู้จำหน่ายไม่ทราบว่ากำลังจำหน่ายของผิดกฎหมาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ไม่ทราบถึงข้อกฎหมายข้อนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วไป ก็พกพาสเปรย์พริกไทย เป็นอุปกรณ์ระงับเหตุเบื้องต้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายส่วนซื้อสเปรย์พริกไทยจากร้านค้าทั่วไป เหมือนกับประชาชน
จากการศึกษา ในคดีที่มีการกระทำผิดด้วยสเปรย์พริกไทย โดยฝีมือพลเรือน ในประเทศไทยนั้น มีเพียง 2 คดี เท่านั้น ซึ่งคดีเป็นการชิงทรัพย์ ที่เกิดขึ้นในปี 2550 ที่เกิดโดยผู้กระทำผิดคนเดียวกัน ชื่อนายชัยพิบูล หรือตุ้ย นาคถิน โดยได้ทรัพย์ครั้งแรกเป็นทอง ทอง 4 บาท ครั้งที่ 2 เป็นโทรศัพท์มือถือโนเกีย รุ่นเอ็น 72 (ที่ได้ทรัพย์สินไปเพียงครั้งละ 1 ชิ้น เข้าใจได้ว่า คนร้ายคงจะไอจามจากสเปรย์ของตัวเอง จึงไม่มีเวลาหยิบฉวยทรัพย์ได้มากนัก) และถูกจับได้แทบจะทันที หลังการก่อเหตุทั้ง 2 ครั้ง
ส่วน คดีข่มขืน จากสถิติ ของประเทศไทย ปีงบประมาณ 51(ต.ค.50-ก.ย.51) แจ้งความ 4,736 คดี จับกุมได้ 2,340 คน เฉลี่ยแล้วผู้หญิงไทยถูกข่มขืน ทุกๆ 2 ชั่วโมง แต่จากงานวิจัยประเมินว่าจริงๆ แล้ว มีผู้หญิงที่ถูกข่มขืนแล้วไม่มาแจ้งความ อีก 6 เท่า คือมีผู้หญิงที่ถูกข่มขืนทั้งหมดประมาณปีละ 33,000 คน
ในขณะที่ผู้รักษาความสงบของบ้านเมื่อคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่มีกำลังเพียงพอในการรักษาความสงบได้ทั้งหมดแล้ว ผู้หญิงไทย ซึ่งตกเป็นเหยื่ออยู่ทุกวัน ก็ไม่มีสิทธิ์ในการพกพา สเปรย์พริกไทย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวสำหรับผู้หญิงที่ดีที่สุด แล้วจะให้ผู้หญิงไทยป้องกันตัวด้วยอะไร
จากประสบการณ์ของ ThaiBodyGuard สำหรับผู้หญิงไทย ที่พกพาสเปรย์พริกไทย นอกจากจะพกพาเพื่อการป้องกันตัว จากคนร้ายที่เป็นคนที่เราไม่รู้จักแล้ว ยังมีใช้สเปรย์พริกไทยกับ บุคคลที่ผู้หญิงรู้จักดีด้วย เช่น
1. สามีที่เมาสุรา โดยจะทำร้าย ก่อนที่จะร่วมหลับนอน ผู้หญิงกลุ่มนี้ จะใช้สเปรย์พริกไทย เพื่อหยุดสามีในช่วงที่ขาดสติ และหลบหนี้เอาตัวรอด
2. อดีตสามี ที่อย่าขาดกันไปแล้ว ที่มีการขู่จะมาทำร้าย โดยผู้หญิงไม่ต้องการทำร้ายอดีตสามี ให้บาดเจ็บรุนแรง แต่ต้องการอุปกรณ์ป้องกันตัว ที่จะหยุดอดีตสามี และหลบหนี ก่อนขอความช่วยเหลือ เท่านั้น
เรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ ThaiBodyGuard ทุกท่านรับรู้ อยู่บ่อยครั้ง และเห็นใจ ผู้หญิง ผู้ตกเป็นเหยื่ออย่างมาก หากกฎหมายนี้ มีผลอยู่ดังเช่น ปัจจุบัน ผู้ที่ถูกทำร้าย ด้วยสเปรย์พริกไทย สามารถบังคับให้ อย. ใช้กฎหมายนี้ ในการเอาผิดกับผู้หญิง ที่ใช้สเปรย์พริกไทย ในการป้องกันตัว ถึงแม้จะเป็นการป้องกันตัว ที่สมควรแก่เหตุก็ตาม (ไม่ผิดกฎหมายอาญา แต่ผิดกฎกระทรวง)
หากเราดูถึงกฎหมายของ ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่าง ในรัฐต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา จะเห็นได้ว่ามี กฎหมายที่ควบคุมสเปรย์พริกไทยในรูปแบบอื่นๆ เช่น
· Washington, D.C.,ผู้ต้องการ ครอบครองสเปรยพริกไทยจะต้องลงทะเบียนกับ DC Meteropolitan police เสียก่อน
· Massachusetts สเปรยพริกไทยจะขายให้ผู้ที่มี firearm identification cards (ใบอนุญาตครอบครองอาวุธ)
· New York สเปรยพริกไทยจะสามารถขายโดยผู้ที่ได้รับอนุญาตในการค้าขายอาวุธหรือเภสัชกร
· Wisconsin สเปรยพริกไทยมีขีดจำกัดในภาชนะ 15 60กรัม 10% ของที่เป็นส่วนประกอบที่ที่ทำปฏิกิริยา โดยจะต้องปราศจากสีหรือCN/CS
· Michigan สเปรยพริกไทยจะถูกกฎหมายถ้ามีสารที่ทำปฏิกิริยาน้อยกว่า 2% สิ่งนี้จะลดช่วงเวลาของผลที่เกิดขึ้น แต่สเปรยพริกไทยที่ประกอบด้วยส่วนผสม CN/CS ก็ถูกห้ามเช่นกัน
· ในอีกหลายรัฐ สเปรยพริกไทยสามารถซื้อได้จากร้านค้าต่างๆและพกได้อย่างถูกกฎหมายเมื่ออายุ 18 ขึ้นไป
จะเห็นได้ว่าในต่างประเทศ มีการควบคุมสเปรย์พริกไทย แต่ก็มิได้ห้ามในการพกพาเสียเลย แต่มีเงื่อนไขในการในมีไว้ครอบครองต่างๆ
ทั้งนี้จึง ต้องการเสนอแนะไปยัง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ให้มีการผ่อนปรน กฎหมายการควบวัตถุอันตรายในส่วนของสเปรย์พริกไทยเสียใหม่
อย่างไรก็ตาม ยังคงเห็นว่าสเปรย์พริกไทยก็ควรจะมีการควบคุมอยู่บ้าง เช่น
1. ผู้จำหน่าย สเปรย์พริกไทยจะต้องลงทะเบียนกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
2. สเปรย์พริกไทยต้องมาการ Run Serial Number และ การจำหน่ายสเปรย์พริกไทย ทุกชิ้นจะต้องมีข้อมูลผู้สั่งซื้อ พร้อมเลขที่บัตรประชาชน
3. กำหนดความเข้มข้นของสารในสเปรย์พริกไทยในปริมาณที่เพียงพอกับการป้องกันตัว และ มิให้มีสารอันตรายที่จะก่อให้เกิดผลข้างเคียงในระยะยาว
หรือสำนักงานอาหารและยา (อย.) เป็นผู้ผลิตเองก็จะเป็นการดี
ทั้งนี้ ThaiBodyGuard มีความเชื่อมั่นว่า เมื่อมีการผ่อนปรนกฎหมายให้พกพาสเปรย์พริกไทยได้สำหรับประชาชน น่าจะก่อประโยชน์ ในการลดอาชญากรรมในผู้หญิงได้มากกว่า การที่จะเป็นโทษ สำหรับคนร้ายจะนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรม เนื่องจากสเปรย์พริกไทย เป็นอุปกรณ์ก่ออาชญากรรมที่ไม่ดีนัก และยังอาวุธชนิดอื่นๆ ที่เหมาะแก่การก่ออาชญากรรมและราคาไม่สูงเท่าสเปรย์พริกไทย เช่น มีด และ เครื่องช๊อตไฟฟ้า เป็นต้น
ขอเชิญชวนให้ทุกท่าน โปรดร่วมลงนาม รวมพลังเพื่อเป็นหนึ่งเสียง ในการสนับสนุนให้มีการปรับปรุงประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าด้วยวัตถุอันตราย เพื่อให้สเปรย์พริกไทย ได้เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่ผู้หญิงไทย สามารถพกพาได้ โดย ThaiBodyGuard.com จะขอรวบรวมรายชื่อทั้งหมด เสนอแก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
โปรดร่วมกันลงนาม เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึง พลังอันยิ่งใหญ่ของผู้หญิงไทย ที่ต้องการป้องกันตัวเอง จากอาชญากรรม
|